ประวัติโรงเรียน

โรงเรียนบ้านห้วยก้าง “รัฐประชาสงเคราะห์” เดิมชื่อ โรงเรียนประชาบาล ก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2482 ทางหมู่บ้านได้ร่วมกันสร้างอาคารเรียนชั่วคราวขึ้น 1 หลัง ขนาด 3 ห้องเรียน มีนักเรียนชาย 27 คน นักเรียนหญิง 20 คน รวม 47 คน โดยมีนายศรีนวล ช่างถ่าย ดำรงตำแหน่ง ครูใหญ่ พัฒนาโรงเรียนมาโดยลำดับ โดยเปิดทำการสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ปีที่ 4 (ปัจจุบันคือ โรงเรียนห้วยก้างราษฎร์วิทยา ตำบลไม้ยา อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย) ต่อมา พ.ศ. 2513 ทางคณะกรรมการโรงเรียนเห็นว่าพื้นที่คับแคบไม่สามารถเปิดสอนในระดับ ชั้นประถมศึกษาตอนปลายได้ จึงได้เปิดทำการเรียนการสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 – 7 ขึ้น โดยย้ายโรงเรียนมาเปิดใหม่ ณ ที่ตั้งปัจจุบัน มีชื่อว่าโรงเรียนบ้านห้วยก้าง “รัฐประชาสงเคราะห์” มีนายทองสา บำรุงรัตน์ เป็นครูใหญ่ โดยโรงเรียนเดิมและใหม่ยังถือว่าเป็นโรงเรียนเดียวกัน จนถึงปี พ.ศ. 2518 มีการแยกโรงเรียนเป็น 2 โรงเรียนอย่างชัดเจน ซึ่งนับตั้งแต่นี้จนถึงปัจจุบันได้มีผู้บริหารโรงเรียนดังต่อไปนี้ พ.ศ. 2521 นายสิงห์ชัย สิงห์อุไร พ.ศ. 2522 นายสุเทพ มหาวงศนันท์ พ.ศ. 2536 นายกฤษดา มหาวงศนันท์ พ.ศ. 2540 นายวิฑูรย์ ชาวไทย พ.ศ. 2543 นายกมล สุรินธรรม พ.ศ. 2543 นายสมพงษ์ ฤทธิแผลง พ.ศ. 2553-ปัจจุบัน นายศิริโชค พิพัฒน์เสฐียรกุล นับแต่วันที่ 27 มีนาคม 2553 จนถึงปัจจุบัน ในการปฏิบัติหน้าที่ของนายศิริโชค พิพัฒน์เสฐียรกุลร่วมกับทีมงาน คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชน ของโรงเรียนบ้านห้วยก้าง “รัฐประชาสงเคราะห์” มีเหตุการณ์ต่าง ๆ มากมายที่หากได้มีการถ่ายทอดความประทับใจเหล่านั้นด้วยตนเองผ่านทีมงานที่ร่วมสมัยได้รับรู้ ก็ย่อมจะเป็นข้อมูลสารสนเทศที่มีคุณค่าในแง่มุมของความเป็นมา และเพื่อความเป็นไป อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ก้าวหน้าสืบไป การจัดการศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นบทบาท ภาระหน้าที่หลักของสถานศึกษา ที่ผู้บริหาร คณะครูจะต้องปฏิบัติให้บังเกิดผลดีที่สุด มีประสิทธิภาพที่สุด ท่ามกลางบริบทและความพร้อมของปัจจัยทางการบริหารที่มีอยู่ ณ สถานการณ์นั้น ๆ ผลจากการจัดการศึกษา ณ เวลาหนึ่ง ย่อมไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบหรือถกอภิปรายถึงว่าช่วงเวลานี้ เวลานั้น เวลาใดสำคัญ หรือดีเด่นกว่ากัน หากแต่เป็นร่องรอยแห่งการดำเนินงานหนึ่ง ๆ ที่ทำให้ทราบผลหนึ่ง ๆ เพื่อการวางแผนพัฒนาให้การทำงานมีคุณภาพสูงยิ่ง ๆ ขึ้นไป การบริหารอัตรากำลังคนให้เหมาะสมกับสภาพงาน ย่อมเป็นเรื่องอันดับต้น ๆ ที่ผู้บริหารจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ดังนั้น การบริหารจัดการชั้นเรียนแบบใหม่ จึงได้ดำเนินการ ในปีการศึกษา 2553 มีการจัดชั้นเรียนใหม่ โดยใช้หลักพิจารณาถึงความเหมาะสมของบุคลากรด้านความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้ตรงกับนโยบายการจัดการศึกษา โดยเฉพาะนโยบายการอ่านออก เขียนได้ในชั้น ป.1-3 และการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชาติของชั้น ป.6 ในปีการศึกษานี้ จึงเริ่มต้นสลับปรับเปลี่ยนครูประจำชั้นเรียนให้สอดคล้องกับนโยบายดังกล่าว รวมถึงการมอบหมายงานพิเศษอื่นๆ ที่นอกจากจะยึดหลักดังกล่าวข้างต้น ยังต้องยึดหลักประสบการณ์ต่อเรื่องนั้นอีกด้วย แม้จะจนต่อความไม่พร้อมในเรื่องจำนวนบุคลากร แต่อาศัยความเข้าใจและให้เกียรติซึ่งกันและกันงานบริหารอัตรากำลังก็สามารถดำเนินมาได้ด้วยดีตลอดมา การดำเนินงานท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อ ย่อมถือว่าเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งที่ส่งผลต่อความสำเร็จของงานได้ในระดับหนึ่ง ทั้งนี้สภาพโดยทั่วไปของโรงเรียน ยังมีอาคารสถานที่หลายแห่งที่สมควรจะต้องได้รับการปรับปรุงพัฒนา เพื่อให้การจัดการเรียนรู้ของครูและนักเรียน มีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น จึงเริ่มมีการพัฒนาด้านสภาพแวดล้อมเป็นลำดับดังนี 1. การพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภค โดยได้รับความอนุเคราะห์แท้งค์น้ำประปาขนาดใหญ่จาก ราษฎร ม.10 ต.ไม้ยา ซึ่งเป็นเขตบริการของโรงเรียน โดยการนำของพ่อหลวงอิ่นคำ มหาวรรณผญ.บ้านหมู่ที่ 10 จนสามารถติดตั้งและจัดระบบน้ำเพื่อการอุปโภคและการเกษตรของนักเรียนจนถึงปัจจุบัน 2. การพัฒนาถนนภายในโรงเรียน โดยได้รับความอนุเคราะห์จากนายรังสรรค์ วันไชยธนะวงค์และนายกิตติ วันไชยธนะวงค์จากคำแนะนำของพ่อกำนันศรีวรรณ ไชยชนะ ประสานงานเบื้องต้นโดยคุณครูสุวิทย์นันต๊ะแขม ก่อนที่ทีมงานผู้นำชุมชนทั้ง 3 หมู่บ้านร่วมกันคณะกรรมการสถานศึกษาจะเข้าประสานของบประมาณมาปรับปรุงถนนภายในโรงเรียนเป็นถนนลาดยางแอสฟัลท์ ระยะทาง 120 เมตรและบดอัดถนนทางทิศใต้เพื่อปูบล็อกตัวหนอน อีกเป็นระยะทาง 120 เมตร ด้วยงบประมาณกว่า 300,000 บาท 3. การพัฒนาห้องเรียน ห้องพิเศษต่าง ๆ ได้ด